Self-Cleaning Backwash Strainer

ตัวกรองแบบล้างย้อนอัตโนมัติ

Self-Cleaning Backwash Strainer

ตัวกรองของไหลแบบSelf-Cleaning

สามารถล้างย้อน (Backwash) ตะแกรงกรองได้เองโดยไม่ต้องหยุดระบบ ของไหลสกปรกเข้าทางด้านซ้าย ผ่านตะแกรง และออกเป็นของไหลสะอาดทางด้านขวา

องค์ประกอบในภาพ

  • Inlet (Dirty Fluid) / Outlet (Clean Fluid): ทางเข้าของไหลสกปรก / ทางออกของไหลสะอาด
  • Strainer Screen (Filter Element): ตะแกรงกรองสิ่งสกปรก
  • Backwash Arm with Nozzles: แขนพร้อมหัวฉีดล้างย้อนตะแกรง
  • Backwash Motor: มอเตอร์ขับกลไกทำความสะอาด
  • Differential Pressure Switch: สวิตช์วัดความดันตกคร่อม สั่งเริ่มล้างเมื่อตะแกรงตัน
  • Collected Solids (Sump): ส่วนสะสมของแข็งด้านล่าง
  • Backwash Valve (Automatic) และ Backwash Outlet (to Drain): วาล์วอัตโนมัติและท่อระบายทิ้ง

สเตรนเนอร์แบบล้างโดยอัตโนมัติ (Automatic Self-Cleaning Strainer Filter) คืออุปกรณ์กรองของเหลวหรือน้ำในงานอุตสาหกรรม ที่สามารถทำความสะอาดตะแกรงกรองได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้แรงคน หรือไม่ต้องหยุดกระบวนการผลิตเพื่อถอดไส้กรองออกมาล้าง

หลักการทำงาน

  1. กระบวนการกรองปกติ: ของเหลวจะไหลผ่านตะแกรงกรองภายใน ส สิ่งสกปรกหรือตะกอนจะถูกดักไว้ ส่วนน้ำหรือของเหลวที่สะอาดจะไหลผ่านต่อไป
  2. ระบบตรวจจับการอุดตัน: เมื่อสิ่งสกปรกสะสมมากขึ้น แรงดันน้ำก่อนและหลังไส้กรองจะต่างกัน (Differential Pressure) หรือระบบจะเริ่มทำงานตามเวลาที่ตั้งไว้
  3. การล้างอัตโนมัติ:
    1. ระบบจะสั่งเปิดวาล์วระบายตะกอน

ใช้กลไกภายใน เช่น ระบบดูดตะกอนด้วยหัวดูด (Scraper/Suction Scanner), ระบบแปรงกวาดอัตโนมัติ (Auto Brush Strainer) หรือการไหลย้อนกลับของน้ำ

(Backwash) เพื่อกวาดหรือชะล้างสิ่งสกปรกออกจากตะแกรง แล้วระบายทิ้งออกไปโดยที่ระบบหลักยังคงทำงานจ่ายน้ำหรือของเหลวได้ต่อเนื่อง

จุดเด่นและข้อดี

  • ทำงานต่อเนื่อง: ไม่ต้องปิดระบบหรือหยุดไลน์การผลิตเพื่อถอดล้างไส้กรอง
  • ประหยัดแรงงาน: ลดขั้นตอนและเวลาในการบำรุงรักษาด้วยพนักงาน
  • ยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์: ป้องกันตะกอนหรือเศษสนิมหลุดเข้าไปสร้างความเสียหายให้แก่ปั๊ม วาล์ว หรือเครื่องจักรที่อยู่ถัดไปในระบบ
  • ควบคุมแม่นยำ: ตั้งค่าการทำงานได้ทั้งแบบจับเวลา (Time Control) หรือใช้ความแตกต่างของแรงดัน (Differential Pressure Control)

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถบอกรายละเอียดเพิ่มเติมได้ เช่น:

  • ใช้กับงานประเภทไหน (เช่น ระบบน้ำโรงงาน ชิลเลอร์ หรือของเหลวอื่นๆ)
  • สเตรนเนอร์แบบล้างโดยอัตโนมัติ มีประโยชน์หลักคือ ช่วยให้ระบบการผลิตหรือการกรองน้ำทำงานได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องหยุดเครื่องจักรเพื่อถอดไส้กรองมาล้าง ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาวได้อย่างดีเยี่ยม

ประโยชน์หลักในด้านต่างๆ

  • เพิ่มผลผลิตและลด Downtime:
    • ระบบล้างตัวเองขณะที่เครื่องจักรกำลังทำงาน
    • ไลน์การผลิตไม่ต้องหยุดชะงักเหมือนการใช้สเตรนเนอร์ทั่วไป (เช่น Y-Strainer หรือ Basket Strainer) ที่ต้องปิดวาล์วและถอดออกมาล้างด้วยมือ
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายและแรงงาน:
    • ลดการใช้แรงงานคนในการถอด-ประกอบเพื่อทำความสะอาด
    • ลดความเสี่ยงจากการชำรุดของไส้กรองหรือซีลยางขณะถอดล้าง
    • ไส้กรองสแตนเลสมีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยเหมือนไส้กรองผ้าหรือกระดาษ
  • ปกป้องเครื่องจักรและอุปกรณ์ราคาแพง:
    • ดักจับกรวด ทราย เศษสนิม และสิ่งเจือปนได้อย่างแม่นยำ
    • ช่วยยืดอายุการใช้งานและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับปั๊มน้ำ, วาล์วควบคุม, หัวฉีดสเปรย์ (Nozzle) หรือเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน (Heat Exchanger)
  • ความปลอดภัยในการทำงานสูงขึ้น:
    • เหมาะสำหรับของเหลวที่เป็นอันตราย สารเคมี หรือน้ำที่มีอุณหภูมิสูง
    • พนักงานไม่ต้องสัมผัสกับสารเคมีหรือของเหลวที่เป็นอันตรายโดยตรงในขั้นตอนการล้าง
  • ระบบการกรองมีเสถียรภาพ:
    • รักษาระดับแรงดันในเส้นท่อให้คงที่ เนื่องจากระบบจะล้างตะกอนออกทันทีเมื่อแรงดันเริ่มตก (Differential Pressure)
    • ป้องกันปัญหาท่ออุดตันหรือน้ำไหลไม่สะดวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การดูแลรักษาและบำรุงรักษาสเตรนเนอร์แบบล้างโดยอัตโนมัติ คือการเน้นตรวจเช็กระบบขับเคลื่อน กลไกภายใน และระบบไฟฟ้าควบคุม เพื่อให้ระบบล้างตัวเองทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบในระยะยาว เนื่องจากตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ล้างตะกอนออกเองอยู่แล้ว

แนวทางการดูแลรักษาตามระยะเวลา

1.การตรวจเช็กรายวัน (Daily Check)

  • สังเกตแรงดัน (Differential Pressure): ดูเกจวัดแรงดันขาเข้าและขาออกว่ามีความแตกต่างกันปกติหรือไม่ หากค่า DP สูงค้างแสดงว่าระบบล้างอาจมีปัญหา
  • ตรวจดูรอบการล้าง (Flush Counter): เช็กหน้าจอคอนโทรลเลอร์ว่าเครื่องทำงานล้างตามรอบเวลาหรือตามค่าแรงดันที่ตั้งไว้ปกติ
  • ตรวจเช็กรอยรั่ว: ดูบริเวณซีลประเก็น วาล์วระบายน้ำทิ้ง (Flush Valve) และข้อต่อต่างๆ ว่าไม่มีน้ำหรือของเหลวรั่วซึม

2.การตรวจเช็กรายเดือน (Monthly Check)

  • ทดสอบระบบล้างด้วยมือ (Manual Flush Test): กดปุ่ม Test หรือ Manual Flush ที่ตู้ควบคุม เพื่อทดสอบว่าวาล์วระบายและมอเตอร์ขับเคลื่อนกลไกภายในทำงานได้ราบรื่น ไม่ติดขัด
  • เช็กระบบไฟฟ้าและสัญญาณออนิวเมติกส์: ตรวจสอบสายไฟ ตู้คอนโทรล และแรงดันลม (ถ้าใช้วาล์วลม) ว่าอยู่ในระดับที่ถูกต้องและไม่มีสายไฟหลวม
  • เช็กระบบขับเคลื่อน: ดูว่ามอเตอร์หรือกระบอกสูบลมที่ทำหน้าที่หมุนแกนล้างหรือใบปัดกวาดมีเสียงดังผิดปกติหรือไม่

3.การบำรุงรักษาประจำปี (Annual Maintenance)

  • ถอดตรวจสอบไส้กรอง (Screen Inspection): แม้ระบบจะล้างตัวเองได้ แต่ควรเปิดฝาถอดไส้กรองสแตนเลสออกมาตรวจเช็กว่าไม่มีการฉีกขาด อุดตันฝังลึก หรือบิดเบี้ยว
  • เปลี่ยนชิ้นส่วนสิ้นเปลือง (Wear Parts): เปลี่ยนโอริง (O-Ring) ซีลกันรั่ว (Gaskets) และซีลแกนหมุน (Shaft Seals) เพื่อป้องกันการรั่วซึม
  • ตรวจเช็กกลไกภายใน: ตรวจดูสภาพใบกวาด (Scraper) หรือหัวดูด (Suction Scanner) ว่าไม่สึกหรอจนประสิทธิภาพลดลง
  • ทำความสะอาดเซนเซอร์วัดแรงดัน: ถอดเซนเซอร์ Differential Pressure มาทำความสะอาดคราบตะกรัน เพื่อให้วัดค่าได้อย่างแม่นยำ

ข้อควรระวังพิเศษ

  • คุณภาพลมและไฟฟ้า: หากระบบใช้ลมในการเปิดวาล์ว ต้องมั่นใจว่าลมแห้งและสะอาด ไม่มีละอองน้ำหรือน้ำมันปนเข้าไปในระบบนิวเมติกส์
  • ระวังแรงดันตกพริบตา: ในช่วงที่วาล์วระบายตะกอนเปิด (Backwash) แรงดันในระบบจะตกลงเล็กน้อย ต้องเซ็ตค่าระบบให้สัมพันธ์กับปั๊มน้ำ เพื่อไม่ให้ปั๊มตัดการทำงาน

หากระบบของคุณกำลังเจอปัญหาอยู่ สามารถแชร์เพิ่มเติมได้ครับ เช่น:

  • ตอนนี้เจออาการ ล้างไม่สะอาด แรงดันตก หรือ วาล์วค้าง หรือไม่?
  • สเตรนเนอร์ที่ใช้เป็นระบบแบบไหน (เช่น ระบบแปรงกวาด หรือ ระบบน้ำย้อน Backwash)
Contact us