เตาเผาให้ความร้อนแก่ของไหลในกระบวนการผลิต
เป็นอุปกรณ์สำคัญมากในโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานปิโตรเคมี โดยใช้ การเผาไหม้เชื้อเพลิง เพื่อให้ความร้อนแก่ Process Fluid ที่ไหลอยู่ภายในท่อ โดย Process Fluid ไม่ได้สัมผัสกับเปลวไฟโดยตรง
Fired Heater คืออุปกรณ์ที่ใช้เชื้อเพลิง เช่น
• Natural Gas
• Refinery Fuel Gas
• Fuel Oil
Fired Heater นำเชื้อเพลิงมาเผาไหม้ใน Firebox / Firebox Furnace เพื่อสร้างความร้อน แล้วถ่ายเทความร้อนให้กับ Process Fluid ที่ไหลอยู่ภายใน Process Tubes
หลักการสำคัญคือ
Fuel + Air → Combustion → Heat → Process Tubes → Process Fluid
ดังนั้น Fired Heater สามารถเปลี่ยนพลังงานเคมีของเชื้อเพลิงให้เป็นพลังงานความร้อนสำหรับกระบวนการผลิตได้
ส่วนประกอบสำคัญของ Fired Heater
Burner
อยู่บริเวณด้านล่างของ Firebox หน้าที่คือผสมเชื้อเพลิงกับอากาศและทำให้เกิดเปลวไฟ
เชื้อเพลิงที่เข้าสู่ Burner มี Fuel Gas + Combustion Air
จากนั้นเกิดการเผาไหม้
Fuel + O2–> CO2 + H2O + Heat
ความร้อนที่เกิดขึ้นจะถูกนำไปใช้ในการให้ความร้อนแก่ Process Fluid
Firebox / Firebox Zone
บริเวณที่เกิดการเผาไหม้และมีอุณหภูมิสูงมากเรียกว่า Firebox จะเห็นเปลวไฟอยู่บริเวณด้านล่าง หน้าที่ของ Firebox คือเป็นพื้นที่สำหรับ
• การเผาไหม้
• การถ่ายเทความร้อนจากเปลวไฟ
• การรับ Radiation จาก Flame
ดังนั้นบริเวณนี้ถือเป็นส่วนที่มี Heat Flux สูง และต้องออกแบบอย่างระมัดระวัง
Radiant Section
ส่วนนี้เป็นบริเวณที่ท่อได้รับความร้อนจาก Radiation ของเปลวไฟโดยตรง Process Tube ขดอยู่บริเวณผนังด้านในของ Furnace ความร้อนจะถ่ายเทดังนี้
Flame → Radiation → Tube Surface → Process Fluid
กลไกการถ่ายเทความร้อนที่สำคัญของ Fired Heater การถ่ายเทความร้อนหลักเกิดจาก Thermal Radiation จาก Flame และผนังที่มีอุณหภูมิสูงมายัง Process Tubes
Process Tubes
Process Tubes คือท่อที่บรรจุ Process Fluid ตัวอย่าง Process Fluid อาจเป็น
• Crude Oil
• Hydrocarbon
• Vacuum Gas Oil
• Feedstock
• Steam
• Thermal Oil
ของไหลจะไหลเข้า Heater ผ่าน Inlet จากนั้นไหลผ่านท่อภายใน Heater และได้รับความร้อน แล้วออกทาง Outlet
Cold/Lower Temperature Process Fluid Inlet
Process Tubes ได้รับความร้อน Outlet Heated Process Fluid
Convection Section
บริเวณด้านบนของ Fired Heater คือ Convection Section หลังจาก Flue Gas ผ่าน Radiant Section แล้ว ก๊าซร้อนยังมีพลังงานความร้อนเหลืออยู่มาก จึงนำก๊าซร้อนนี้ขึ้นไปผ่าน Convection Section ความร้อนจะถ่ายเทจาก Hot Flue Gas → Tube → Process Fluid โดยอาศัยหลักการ Convection Heat Transfer จึงสามารถนำพลังงานความร้อนที่เหลือกลับมาใช้ประโยชน์ได้
ถ้าไม่มี Convection Section ก๊าซไอเสียที่ออกจาก Furnace จะยังมีอุณหภูมิสูงมาก และพลังงานส่วนหนึ่งจะถูกปล่อยทิ้งไปกับ Flue Gasดังนั้น Convection Section ช่วยเพิ่ม Thermal Efficiency ของ Fired Heater หรือพูดง่าย ๆ คือเก็บความร้อนจาก Flue Gas กลับมาใช้ให้ได้มากที่สุด
Insulation
บริเวณรอบ Firebox จะมี Insulation ซึ่งมีหน้าที่หลักคือ
• ลด Heat Loss สู่บรรยากาศ
• ลดอุณหภูมิผิวภายนอก
• เพิ่ม Thermal Efficiency
• ช่วยปกป้องโครงสร้างภายนอก
Heat generated -> Heat to Process
แทนที่จะเป็น
Heat generated -> Heat lost to Atmosphere
Stack
ส่วนบนสุดของ Heater คือ Stack หน้าที่คือระบาย Flue Gas ออกจากระบบและปล่อยขึ้นสู่บรรยากาศตามระบบควบคุมมลพิษของโรงงาน เส้นทางของก๊าซโดยทั่วไปคือ
Burner-> Firebox -> Radiant Section -> Convection Section Stack -> Atmosphere
Inlet และ Outlet
INLET
Process Fluid เข้าสู่ Fired Heater ที่จุด Inlet ของไหลยังมีอุณหภูมิต่ำกว่าที่ต้องการ
OUTLET
หลังจาก Process Fluid ไหลผ่าน Process Tubes และได้รับความร้อนแล้ว จะออกทาง Outlet
ดังนั้น Tout > Tin คือ Heater ทำหน้าที่ให้ความร้อนแก่ Process Fluid
หลักการทำงานของ Fired Heater
สามารถแบ่งเป็นลำดับได้ดังนี้
ขั้นที่ 1 — Fuel เข้า Burner
เชื้อเพลิงถูกส่งเข้า Burner
ขั้นที่ 2 — Combustion Air เข้า Burner
อากาศสำหรับการเผาไหม้ถูกจ่ายเข้า Burner
ขั้นที่ 3 — เกิด Combustion
เชื้อเพลิงและอากาศผสมกันและเกิดการเผาไหม้ เกิด Flame และ High Temperature Flue Gas
ขั้นที่ 4 — Radiation Heat Transfer
เปลวไฟและบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงถ่ายเทความร้อนไปยัง Process Tubes
ขั้นที่ 5 — Process Fluid ได้รับความร้อน
ของไหลภายในท่อรับความร้อนและอุณหภูมิเพิ่มขึ้น
ขั้นที่ 6 — Flue Gas ขึ้นสู่ Convection Section
ก๊าซร้อนที่ยังมีพลังงานเหลืออยู่ไหลขึ้นด้านบน
ขั้นที่ 7 — Recover Heat
Convection Section ดึงความร้อนจาก Flue Gas กลับมาใช้กับ Process Fluid
ขั้นที่ 8 — Flue Gas ออกจาก Stack
Flue Gas จะออกทาง Stack จะสูญเสียความร้อนออกอากาศบางส่วน
| รายการ | Radiant Section | Convection Section |
| กลไกหลัก | Radiation | Convection |
| แหล่งความร้อน | Flame/Hot Furnace | Hot Flue Gas |
| ตำแหน่ง | บริเวณ Firebox | ส่วนบน |
| Heat Flux | สูง | ต่ำกว่า Radiant |
| หน้าที่ | ให้ความร้อนหลัก | Recovery ความร้อนที่เหลือ |
Radiant Section = รับความร้อนจากเปลวไฟ
Convection Section = ดึงความร้อนจากก๊าซร้อนกลับมาใช้
ปัญหาสำคัญของ Fired Heater คือ Tube Overheating หาก Tube ได้รับ Heat Flux มากเกินไป อุณหภูมิผิวท่อจะสูงขึ้น และอาจทำให้
• Tube Creep
• Tube Oxidation
• Metal Degradation
• Coke Formation
• Tube Rupture
เกิดขึ้นได้ ดังนั้นต้องควบคุม Firing Rate + Fuel Flow + Air Flow + Tube Skin Temperature + Process Flow ให้เหมาะสม
Burner ไม่ได้จ่ายเฉพาะ Fuel แต่ต้องมี Combustion Air ที่เพียงพอ ถ้า Air น้อยเกินไป การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ อาจจะเกิด
• CO
• Smoke
• Unburned Hydrocarbon
• Flame Instability
แต่ถ้า Air มากเกินไปจะเกิด Excess oxygen จะมีอากาศส่วนเกินจำนวนมากที่ต้องถูกทำให้ร้อน และถูกระบายออกทาง Stack ทำให้เกิด Stack Heat Loss เพิ่มขึ้น ดังนั้นต้องหาปริมาณ Optimum Excess Air
Energy Balance แบบง่ายๆ สามารถเข้าใจ Fired Heater ด้วยสมการพื้นฐาน
Heat from Fuel = Heat to Process + Heat Loss
โดย Heat Loss มีหลายทาง เช่น
• Flue Gas Loss
• Radiation Loss
• Convection Loss
• Unburned Fuel Loss
• อื่น ๆ
ดังนั้นเป้าหมายคือ ทำให้ Heat ที่ได้จาก Fuel ถูกส่งไปยัง Process Fluid ให้มากที่สุด โดยยังคงปลอดภัยและรักษาอายุการใช้งานของ Heater ด้านล่างแสดง Flow แบบง่ายๆ
Process Fluid In
→ Fired Heater
→ Process Fluid ได้รับความร้อน
→ Heated Process Fluid Out
และ
Fuel + Air
→ Burner
→ Combustion
→ Flame + Hot Flue Gas
→ Radiant Section
→ Convection Section
→ Stack
→ Flue Gas Out
Fired Heater คือ เตาให้ความร้อนแก่ Process Fluid โดยใช้เชื้อเพลิงเป็นแหล่งพลังงาน หัวใจของการทำงานคือ Fuel + Air → Burner → Combustion → Flame จากนั้นความร้อนจะถูกถ่ายเท 2 ส่วนหลัก
Radiant Section คือ Flame → Radiation → Process Tubes
Convection Section คือ Hot Flue Gas → Convection → Process Tubes
Process Fluid ร้อนขึ้น → Outlet
Flue Gas → Stack → ออกสู่ระบบระบาย
จำการเดินทาง 2 ทาง คือ
การเดินทางความร้อน
Fuel → Burner → Flame → Radiant → Convection → Stack
การเดินทาง Process Fluid
Inlet → Process Tubes → ได้รับความร้อน → Outlet

