Bushing Type

ประเภทของบูช

บูช (Bushing) คือชิ้นส่วนทรงกระบอกที่ใช้รองรับหรือลดแรงเสียดทานระหว่างเพลาและรูของชิ้นงาน ทำงานคล้ายๆแบริง (Bearing)

Bearing (ตลับลูกปืน) และ Bushing (บูช) ต่างก็เป็นชิ้นส่วนเครื่องกลที่ช่วยลดแรงเสียดทาน Bearing ใช้การกลิ้ง (Rolling) เหมาะกับความเร็วสูง ส่วน Bushing เป็นการเลื่อนผิวสัมผัส (Sliding) เหมาะกับงานรับน้ำหนักมากและรอบต่ำ

โครงสร้างและการทำงาน

  • Bearing (ตลับลูกปืน): มักมีเม็ดลูกปืนกลิ้งอยู่ข้างใน ช่วยให้หมุนลื่น ใช้พลังงานน้อยและเกิดความร้อนต่
  • Bushing (บูช): เป็นปลอกทรงกระบอกชิ้นเดียว ไม่มีชิ้นส่วนกลิ้ง ใช้วิธีไถลหรือเลื่อนผ่านผิว

การใช้งานและความเร็ว

  • Bearing: เหมาะกับงานรอบหมุนสูง เสียงเงียบ และต้องการความแม่นยำ
  • Bushing: เหมาะกับงานรอบต่ำ รับแรงกระแทกหรือแรงกดในแนวรัศมีสูง และพื้นที่ติดตั้งจำกัด

การดูแลรักษาและราคา

  • Bearing: มีราคาสูงกว่า และต้องระวังเรื่องฝุ่นหรือการหล่อลื่น
  • Bushing: มีราคาประหยัด โครงสร้างเรียบง่าย บางชนิดหล่อลื่นตัวเองได้ (Self-lubricating)

ภาพนี้แสดงตัวอย่างบูช 12 ชนิดที่นิยมใช้ ได้แก่

  • Sleeve Bushing – บูชทรงกระบอกเรียบพื้นฐาน ใช้รองรับเพลาแบบทั่วไป
  • Flanged Bushing – บูชที่มีขอบปีกยื่นออกมาด้านหนึ่ง ช่วยรับแรงตามแนวแกนและยึดตำแหน่งได้ดีขึ้น
  • Split Bushing – บูชที่มีรอยผ่าตามแนวยาว ช่วยให้ปรับขนาดหรือถอดประกอบได้ง่าย
  • Self-Lubricating Bushing – บูชที่ฝังสารหล่อลื่นไว้ในเนื้อวัสดุ ช่วยลดการบำรุงรักษา
  • Rubber Bushing – บูชยางใช้ดูดซับแรงสั่นสะเทือนและเสียง
  • Plastic Bushing – บูชพลาสติก น้ำหนักเบา ทนการกัดกร่อน ใช้ในงานที่ไม่ต้องรับแรงสูงมาก
  • Sintered Bronze Bushing – บูชทองสัมฤทธิ์แบบซินเทอร์ มีรูพรุนเก็บน้ำมันหล่อลื่นในตัว
  • Composite Bushing – บูชวัสดุผสม ให้ความแข็งแรงพร้อมคุณสมบัติหล่อลื่นในตัว
  • Tapered Bushing – บูชทรงเรียว ใช้ยึดล็อกกับดุมเพลาหรือรอกได้แน่นหนา
  • Threaded Bushing – บูชที่มีเกลียว ใช้ยึดด้วยการขันเกลียวเข้ากับชิ้นงาน
  • Oilite Bushing – บูชโลหะพรุนชุบน้ำมัน (ชื่อทางการค้า) ให้การหล่อลื่นตัวเองอย่างต่อเนื่อง
  • Linear Bushing – บูชสำหรับการเคลื่อนที่แนวเส้นตรง มักมีลูกปืนเม็ดกลมอยู่ภายในเพื่อลดแรงเสียดทาน
บูชแต่ละชนิดถูกออกแบบมาให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านทิศทางการรับแรง (แนวรัศมี/แนวแกน/แนวเส้นตรง) ความต้องการในการหล่อลื่น สภาพแวดล้อมการใช้งาน และความสามารถในการถอดประกอบหรือปรับขนาด