Refinery Pump Mechanical Seal Flush Plan System

ระบบท่อของระบบซีลของปั๊มโรงกลั่น

Refinery Pump Mechanical Seal Flush Plan System

อธิบายภาพ

  • Centrifugal Pump และ Process Fluid Inlet: ปั๊มหอยโข่งและทางเข้าของไหลกระบวนการ
  • Mechanical Seal: ซีลกลไกที่เพลาปั๊ม
  • Flush from External Source (Plan 21): ท่อจ่ายของเหลวฟลัชเข้าซีลตามที่ระบุในภาพ
  • Flow Indicator, Pressure Gauge, Temperature Indicator: อุปกรณ์วัดการไหล ความดัน และอุณหภูมิ
  • Seal Flush Cooler: เครื่องทำความเย็นของเหลวฟลัช
  • Throttling Valve: วาล์วปรับอัตราไหล
  • Seal Flush Pot / Reservoir (Plan 52) พร้อม Level Indicator: ถังพักของเหลวบัฟเฟอร์พร้อมมาตรวัดระดับ
  • To Drain / Return: ท่อระบายหรือส่งกลับ

ระบบท่อหล่อเย็นและหล่อลื่นในซีล (Mechanical Seal) ของปั๊มหอยโข่งในโรงกลั่น เพื่อให้ซีลทำงานได้ปลอดภัย มีอุณหภูมิเหมาะสม และยืดอายุการใช้งาน

ระบบท่อของระบบซีลปั๊มในโรงกลั่นน้ำมัน อ้างอิงตามมาตรฐาน API Standard 682 และ API 610 คือชุดท่อและอุปกรณ์เสริมที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหล, แรงดัน, อุณหภูมิ และความสะอาดของของเหลวบริเวณห้องซีล (Seal Chamber) เพื่อยืดอายุการใช้งานของ Mechanical Seal และป้องกันการรั่วไหลของสารเคมีอันตราย

หน้าที่หลักของระบบท่อซีล

  • ระบายความร้อน (Cooling): ดึงความร้อนที่เกิดขึ้นจากการเสียดสีระหว่างหน้าสัมผัสของ Mechanical Seal (Seal Faces)
  • การชะล้าง (Flushing): ล้างสิ่งสกปรก ตะกอน หรือผลึกไม่ให้มาเกาะบริเวณหน้าซีล
  • สร้างแรงดันกั้น/หล่อลื่น (Barrier/Buffer Fluid): ป้องกันไม่ให้ของเหลวในกระบวนการรั่วสู่บรรยากาศ โดยเฉพาะสารไวไฟหรือมีพิษ

รูปแบบระบบท่อซีลยอดนิยม (API Piping Plans)

ตามมาตรฐาน API 682 จะแบ่งรูปแบบท่อ (Piping Plans) ออกเป็นกลุ่มหลักๆ ที่ใช้ในโรงกลั่น ดังนี้

1.กลุ่มการหมุนเวียนจากตัวปั๊ม (Recirculation Plans)

  • Plan 11: ส่งของเหลวจากท่อจ่าย (Discharge) ของปั๊ม ผ่าน Orifice ไปฉีดชะล้างที่หน้าซีล เป็นแบบที่ใช้บ่อยที่สุดสำหรับของเหลวสะอาดและเย็น
  • Plan 21: คล้าย Plan 11 แต่เพิ่ม Seal Cooler เข้ามาในแนวท่อ เหมาะกับของเหลวอุณหภูมิสูง เพื่อลดอุณหภูมิก่อนเข้าซีล
  • Plan 23: ใช้ Pumping Ring ภายในห้องซีลสูบของเหลวผ่าน Cooler แล้ววนกลับเข้าซีล เหมาะกับน้ำร้อนหรือ Hot Hydrocarbon เพราะใช้ Cooler ขนาดเล็กกว่าและมีประสิทธิภาพสูงกว่า Plan 21

2.กลุ่มการฉีดชะล้างภายนอก (External Flush)

Plan 32: ฉีดของเหลวที่สะอาดและเย็นจากแหล่งภายนอกเข้าสู่ห้องซีลโดยตรง ใช้ในกรณีที่ของเหลวในปั๊มสกปรก มีตะกอน หรือทำปฏิกิริยาได้ง่าย

3.กลุ่มระบบของเหลวกั้นและบัฟเฟอร์ (Buffer / Barrier Fluid Systems) สำหรับ Dual Seals

  • Plan 52: ใช้ถังพัก (Buffer Fluid Pot) แบบ ไม่มีแรงดัน (Unpressurized) สำหรับซีลคู่ รองรับกรณีซีลชั้นในรั่วซึมเล็กน้อยลงสู่ถัง
  • Plan 53A: ถังพักแบบ มีแรงดัน (Pressurized) ใช้ก๊าซไนโตรเจนกดทับของเหลวกั้น (Barrier fluid) ให้มีแรงดันสูงกว่าในปั๊ม เหมาะกับงานสารพิษหรือรั่วไหลเป็นศูนย์ (Zero emission) นิยมใช้ที่แรงดันไม่เกิน 10 barg
  • Plan 53B: ใช้ Bladder Accumulator (ถังสะสมแรงดันแบบมีไส้ยาง) อัดแรงดันแทนถังเปิด เหมาะกับงานแรงดันสูง หรือพื้นที่ไม่มีระบบจ่ายก๊าซต่อเนื่อง
  • Plan 54: ใช้ระบบปั๊มภายนอก (External pump unit) ส่งของเหลวกั้นที่มีแรงดัน หมุนเวียนผ่าน Cooler และ Filter มายังซีล ใช้กับงานหนัก ความร้อนสูง หรือระบบรวมของโรงกลั่น

4.กลุ่ม Quench และการตรวจจับการรั่วซึม (Quench & Detection)

  • Plan 62: ป้อนไอน้ำ (Steam) หรือน้ำเปล่า เข้าไปที่ด้านนอกของ Single Seal เพื่อป้องกันการตกผลึกหรือโค้ก (Coking) จากการที่สารไฮโดรคาร์บอนสัมผัสอากาศ
  • Plan 65A / 65B: ระบบตรวจจับอัตราการรั่วซึมที่ออกมาจาก Leakage Drain ของซีล เพื่อส่งสัญญาณเตือนห้องควบคุม (Control Room)

การออกแบบและติดตั้งระบบท่อซีล (API Piping Plans) ของปั๊มในโรงกลั่นน้ำมันมีความสำคัญระดับวิกฤต (Critical) เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยสามารถส่งผลให้ซีลพังเสียหาย (Seal Failure) หรือเกิดสารเคมีรั่วไหลและไฟไหม้ได้

ข้อควรระวังหลักๆ ในการออกแบบและติดตั้งแบ่งออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้

1.การจัดวางแนวท่อ (Piping Layout & Routing)

  • รักษาระดับความลาดเอียง (Slope): สำหรับ Plan ที่ใช้การไหลเวียนตามธรรมชาติ (Thermosiphon) เช่น Plan 52, 53A, 23 ท่อจะต้องมีความลาดเอียงเทขึ้น (Slope up) จากห้องซีลไปยังถังพักหรือ Cooler เสมอ (อย่างน้อย 1:24 หรือ ~40 มม. ต่อเมตร) เพื่อป้องกันลมค้างและช่วยการไหลเวียน
  • ห้ามเกิดจุดดักลม (High Spots / Air Pockets): หลีกเลี่ยงการเดินท่อขึ้น-ลงสลับกันเป็นคอห่าน เพราะฟองอากาศจะไปสะสมที่จุดสูงสุด ทำให้ขัดขวางการไหล (Vapor Lock) ซีลจะขาดน้ำหล่อลื่นและไหม้ทันที หากจำเป็นต้องมีจุดสูงสุด ต้องติดตั้ง Vent Valve
  • ระยะห่างที่เหมาะสม (Distance): ถังซีล (Seal Pot) หรือ Cooler ควรติดตั้งให้ ใกล้กับห้องซีลมากที่สุด (ตามมาตรฐานมักกำหนดไม่เกิน 1.2–1.5 เมตร) เพื่อลดแรงต้านทานการไหล (Friction Loss)
  • ความโค้งของท่อ: ควรใช้การดัดท่อ (Tubing/Bending) หรือใช้ข้องอรัศมีกว้าง (Long Radius Elbow) หลีกเลี่ยงข้องอฉาก (Short Radius Elbow) 90 องศาหลายๆ ตัวเพื่อลด Pressure Drop

2.การเลือกวัสดุและอุปกรณ์ (Materials & Components)

  • ความหนาและการเชื่อมท่อ: ในโรงกลั่นมักไม่อนุญาตให้ใช้ท่อแบบเกลียว (Threaded joints) ในส่วนที่เป็นของเหลวอันตราย/ไวไฟ (Process Fluid) เนื่องจากมีโอกาสรั่วซึมสูงเมื่อเจอการสั่นสะเทือน ควรใช้การเชื่อม (Welded) หรือใช้ Flange ร่วมกับเกลียวแบบพิเศษตามข้อกำหนดของโรงกลั่น
  • ขนาดท่อ (Minimum Tubing Size): ตามมาตรฐาน API 682 แนะนำให้ใช้ท่อสแตนเลส (SS316) ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก (OD) ไม่น้อยกว่า 1/2 นิ้ว (12 mm) สำหรับงานทั่วไป และ 3/4 นิ้ว (20 mm) สำหรับงานหนักหรือ Plan ที่มีความหนืดสูง
  • Orifice Plate: หากในระบบมี Orifice (เช่น Plan 11) รู Orifice ต้องไม่เล็กเกินไป (ขั้นต่ำ 3 มม. หรือ 1/8 นิ้ว) เพื่อป้องกันการอุดตันจากเศษตะกอน

3.ระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์วัด (Instrumentation)

  • ความดันก๊าซไนโตรเจน (สำหรับ Plan 53A/53B): การตั้งแรงดันก๊าซกดทับ (Barrier Pressure) จะต้อง สูงกว่าความดันในห้องซีล (Seal Chamber Pressure) อย่างน้อย 1.4 ถึง 2.0 bar (20–30 psi) อยู่เสมอ เพื่อไม่ให้สารในกระบวนการไหลย้อนเข้ามาในระบบซีล
  • ทิศทางการติดตั้ง Check Valve: ตรวจสอบทิศทางลูกศรบน Check Valve ในระบบเติมก๊าซหรือเติมน้ำยาซีลให้ถูกต้อง หากติดกลับด้าน ระบบจะไม่สามารถจ่ายแรงดันหรือของเหลวเข้าชดเชยได้
  • การสอบเทียบและตั้งค่าความปลอดภัย: ตัววัดระดับ (Level Switch) และตัววัดแรงดัน (Pressure Switch) ต้องต่อเข้ากับระบบ Interlock ของปั๊ม เพื่อให้ปั๊มตัดการทำงาน (Trip) ทันทีหากระบบซีลล้มเหลวก่อนที่สารเคมีจะรั่วออกสู่ภายนอก

4.การเตรียมความพร้อมก่อนเดินเครื่อง (Pre-commissioning)

  • การไล่ลมออกจากระบบ (Venting): ก่อนสตาร์ทปั๊ม ต้องแน่ใจว่าได้เปิดวาล์ว Vent เพื่อไล่อากาศออกจากห้องซีลและตัวท่อจนหมด และมีของเหลวเต็มระบบ หากมีลมค้าง หน้าซีลจะเกิดความร้อนสูงสะสม (Dry Running) ทำให้ซีลแตกภายในไม่กี่วินาที
  • การล้างทำความสะอาดท่อ (Flushing): ท่อระบบซีลที่ติดตั้งใหม่ต้องผ่านการล้าง (Flushing/Pickling) เพื่อเอาเศษสแลกเชื่อม (Welding slag) เศษสนิม หรือสิ่งสกปรกออกให้หมด เพราะเศษเล็กๆ เหล่านี้สามารถเข้าไปทำลายหน้าซีลคาร์บอน (Carbon Face) ให้เป็นรอยได้ทันทีเมื่อปั๊มหมุน

ข้อควรระวังและการดูแลรักษาในโรงกลั่น

  • ห้ามเกิด Dead-leg (จุดอับของท่อ): แนวท่อต้องออกแบบให้ไม่มีจุดที่ของเหลวตกตะกอนหรือนิ่งค้าง
  • การระบายอากาศและการเดรน (Venting & Draining): ท่อซีลต้องมีจุดไล่ลมและเดรนน้ำหรือของเหลวออกให้หมดก่อนเดินเครื่องปั๊ม
  • การตรวจสอบ Instrumentation: ต้องสอบเทียบ Pressure Gauge, Level Switch หรือ Flow Indicator ในท่อ Plan ต่างๆ (เช่น ใน Plan 52/53) อยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยของกระบวนการผลิต
Contact us