Downhole Artificial Lift

ระบบยกของไหลจากหลุมผลิตใต้ดิน

ระบบปั๊มจุ่มไฟฟ้า หรือ ESP (Electric Submersible Pump)  เป็นระบบระบบสูบ (Artificial Lift) ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งติดตั้งอยู่ใต้ดินภายในหลุมผลิต เพื่อช่วยยกของเหลว เช่น น้ำมัน น้ำ หรือของเหลวผสม ขึ้นสู่ผิวดิน

ระบบ ESP เป็นระบบสูบยกขึ้น แบบปริมาณการผลิต ที่ติดตั้งอยู่ใต้หลุมผลิต เพื่อช่วยยกของไหลจากแหล่งกักเก็บขึ้นสู่ผิวดิน โดยมีความสำคัญอย่างมากสำหรับหลุมน้ำมันที่มีแรงดันลดลงตามอายุการผลิต

ระบบนี้ใช้ปั๊มหอยโข่งหลายขั้น ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบจุ่มใต้ดิน ซึ่งสามารถรองรับอัตราการผลิตได้กว้างที่สุดในบรรดาวิธีสูบทั้งหมด โดยอาจมากกว่า 100,000 บาร์เรลต่อวัน (bbl/d)

การสูบหรือยกขึ้นโดยใช้ปั๊มจุ่มไฟฟ้า ดั่งแสดงในรูปข้างล่างนี้

ระบบยกของไหลจากหลุมผลิตใต้ดิน

ส่วนประกอบหลักของระบบ ESP

ระบบ ESP ประกอบด้วยอุปกรณ์ใต้หลุมและอุปกรณ์บนผิวดินที่ทำงานร่วมกันเพื่อยกของเหลวขึ้นสู่ผิวดิน

1. ปั๊มหอยโข่งหลายขั้น

ติดตั้งอยู่ใต้หลุม โดยใช้

  • ใบพัดหมุน
  • ตัวกระจายการไหล

เพื่อเพิ่มพลังงานจลน์และเพิ่มแรงดันให้กับของเหลว

2. มอเตอร์ไฟฟ้าแบบจุ่ม

  • เป็นมอเตอร์แรงดันสูงแบบซีลปิด
  • ใช้น้ำมันภายในเพื่อเป็นฉนวนและหล่อลื่น
  • ทำหน้าที่ขับปั๊ม

3. ชุดซีลหรือโปรเทคเตอร์

ติดตั้งระหว่างมอเตอร์และปั๊ม มีหน้าที่

  • ป้องกันของเหลวจากหลุมเข้าสู่มอเตอร์
  • ชดเชยการเปลี่ยนแปลงปริมาตรน้ำมันภายใน
  • รองรับแรงตามแนวแกน

4. ชุดทางเข้า / ตัวแยกก๊าซ

  • รับของเหลวเข้าสู่ปั๊ม
  • แยกก๊าซอิสระออกเพื่อลดปัญหาการเกิดแก๊สล็อค

5. สายไฟฟ้า

  • สายไฟหุ้มเกราะและฉนวน
  • ส่งพลังงานไฟฟ้าจากผิวดินไปยังมอเตอร์ใต้หลุม

6. ระบบควบคุมบนผิวดิน

ประกอบด้วย

  • Variable Speed Drive (VSD)
  • Variable Frequency Drive (VFD)
  • ระบบควบคุมอื่นๆ

ใช้ควบคุมและปรับความเร็วของปั๊มให้เหมาะสมกับการผลิต

การทำงานของระบบ ESP

1. การติดตั้ง

ระบบจะติดตั้งที่ปลายท่อผลิต และจุ่มอยู่ในของเหลวภายในหลุม

2. การจ่ายพลังงาน

ไฟฟ้าแรงดันสูงจะถูกส่งจากผิวดิน ผ่านสายไฟ ลงไปยังมอเตอร์

3. การสูบหรือยกของเหลว

  • มอเตอร์จะหมุนปั๊มหอยโข่ง
  • ปั๊มดูดของเหลวผ่านทางเข้า
  • เพิ่มแรงดันผ่านหลายขั้นของปั๊ม
  • ดันของเหลวขึ้นสู่ผิวดิน

4. การควบคุม

VSD/VFD ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถปรับความเร็วของมอเตอร์ให้เหมาะสมกับกำลังการผลิตของหลุม

ข้อดีและการใช้งาน

1. รองรับอัตราการไหลสูง

เหมาะสำหรับหลุมที่ต้องการการผลิตปริมาณมาก

2. ความยืดหยุ่นสูง

สามารถใช้งานได้กับสภาพหลุมหลากหลาย เช่น

  • หลุมที่มีน้ำปนสูง
  • น้ำมัน API ต่ำ
  • อัตราส่วนก๊าซต่อน้ำมัน (GOR) สูง

3. เหมาะกับงานนอกชายฝั่ง

มีขนาดกะทัดรัด จึงเหมาะสำหรับ

  • แท่นผลิตกลางทะเล
  • พื้นที่ติดตั้งจำกัด

4. เหมาะกับหลุมลึก

สามารถทำงานได้ที่ความลึกมากกว่า 3,700 เมตร

ข้อจำกัดของระบบ ESP

1. ปัญหาทรายและของแข็ง ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อปั๊ม

  • ทราย
  • ของแข็งที่มีฤทธิ์กัดกร่อน

2. ปัญหาการจัดการก๊าซ

ก๊าซอิสระในปริมาณสูงอาจทำให้เกิด Gas Lock

3. ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง

หากอุปกรณ์เสีย จำเป็นต้องใช้ Workover Rig เพื่อดึงอุปกรณ์ขึ้นจากหลุม

ความสำคัญของ ESP

ESP เป็นหนึ่งในระบบสูบที่สำคัญที่สุดสำหรับ

  • หลุมผลิตปริมาณสูง
  • หลุมลึก
  • หลุมเบี่ยงเบน ทะแยง
  • งานผลิตน้ำมันนอกชายฝั่ง

โดยช่วยเร่งการผลิตและเพิ่มอัตราการกู้คืนปิโตรเลียมจากแหล่งกักเก็บ

    ESP เป็นระบบสูบที่สำคัญมากสำหรับยกของเหลวจากแหล่งกักเก็บลึกขึ้นสู่ผิวดิน โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและปั๊มหอยโข่งหลายขั้นที่ติดตั้งอยู่ใต้หลุมผลิตเช่น

  • ตู้ควบคุมบนผิวดิน
  • หม้อแปลงไฟฟ้า
  • สายไฟ
  • ชุดป้องกันมอเตอร์
  • ท่อดูด
  • เครื่องแยกแก๊ส
  • ชุดปั๊ม
  • ท่อผลิต
  • เสื้อนอก หรือปลอก
  • ท่อตะแกรง

ทุกส่วนล้วนมีบทบาทสำคัญต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการผลิต

ลำดับการทำงานหลัก

  1. ของเหลวจากชั้นผลิตเข้าสู่หลุมผ่านท่อตะแกรง
  2. ท่อดูดของเหลวเข้าสู่ระบบ
  3. เครื่องแยกก๊าซอิสระ
  4. ปั๊มเพิ่มแรงดันของของเหลว
  5. ท่อลำเลียงของเหลวขึ้นสู่ผิวดิน
  6. สายไฟ จ่ายพลังงานให้มอเตอร์ใต้หลุม

อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ประสิทธิภาพของ ESP ขึ้นอยู่กับ

  • การออกแบบที่เหมาะสม
  • ระบบจ่ายไฟที่มีเสถียรภาพ
  • การจัดการก๊าซ
  • การป้องกันมอเตอร์
  • การเฝ้าติดตามระบบอย่างต่อเนื่อง

เพื่อให้การผลิตมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด