Surge Vessel / Surge Protection System

ถังลดแรงดันกระชาก

Surge Vessel / Surge Protection System

การป้องกันแรงดันกระชากหรือ Water Hammer ในท่อส่งของเหลว

ประกอบด้วยถัง Surge Vessel ชนิด Bladder/Accumulator ต่อเข้ากับแนวท่อ ช่วยดูดซับแรงดันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

  • Surge Vessel (Bladder / Accumulator): ถังดูดซับและคายพลังงานความดัน
  • Surge Relief Valve (on top): วาล์วระบายความดันที่ด้านบนถัง
  • Pressure Gauge: เกจวัดความดัน
  • Inlet Isolation Valve และ Outlet Isolation Valve: วาล์วแยกระบบด้านเข้า/ด้านออก
  • Check Valve: วาล์วกันไหลย้อนกลับ
  • Flow Inlet / Flow Outlet: ทิศทางการไหลเข้าและออกของท่อ

การป้องกันแรงดันกระชากในระบบท่อ (Pressure Surge / Water Hammer Prevention) คือกระบวนการออกแบบ ควบคุม และติดตั้งอุปกรณ์เพื่อลดความรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงอัตราการไหลหรือความดันของของเหลวในท่ออย่างกะทันหัน ซึ่งอาจทำให้ท่อแตกหรืออุปกรณ์เสียหายได้

สาเหตุของการเกิดแรงดันกระชากในระบบท่อ

  • การเปิด–ปิดวาล์วอย่างรวดเร็ว: ทำให้ของเหลวที่กำลังไหลอยู่หยุดกระทันหัน เกิดคลื่นกระแทก (Water Hammer)
  • การเปิดหรือหยุดทำงานของปั๊มน้ำ: เช่น ไฟฟ้าดับกะทันหันทำให้ปั๊มหยุดทำงานทันที
  • การเปลี่ยนแปลงทิศทางการไหล: ของเหลวเปลี่ยนทิศทางหรือความเร็วอย่างฉับพลัน

วิธีการและอุปกรณ์ป้องกันแรงดันกระชากในระบบท่อ

  • การออกแบบระบบและควบคุมการไหล (Operational Control)
  • ใช้ระบบขับเคลื่อนความเร็วแปรผัน (VFD: Variable Frequency Drive): ช่วยควบคุมความเร็วรอบของปั๊มให้ค่อยๆ เร่งหรือช้าลงเมื่อเริ่มหรือหยุดทำงาน
  • ใช้ซอฟต์สตาร์เตอร์ (Soft Starter): ลดความเร่งกะทันหันในช่วงสตาร์ทและหยุดมอเตอร์ปั๊มน้ำ
  • กำหนดจังหวะเวลาเปิด-ปิดวาล์วให้ช้าลง: ป้องกันไม่ให้ของเหลวปะทะกันรุนแรง
  • การใช้อุปกรณ์ลดและระบายแรงดัน (Surge Control Devices)
  • ถังกันกระชาก (Surge Tank / Accumulator): ใช้รองรับแรงดันและปริมาตรของเหลวที่พุ่งสูงขึ้นชั่วคราว
  • วาล์วระบายแรงดัน (Relief Valve): เปิดระบายของเหลวออกเมื่อความดันในระบบสูงเกินค่ากำหนด
  • เช็ควาล์วแบบปิดเร็ว (Check Valves): ป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับไปตีใบพัดปั๊ม
  • ถังอากาศหรือท่อระบายอากาศ (Air Vessel / Surge Anticipator Valve): ช่วยดูดซับแรงกระแทกจากคลื่นความดัน
  • หากคุณต้องการลงลึกในส่วนใดเป็นพิเศษ เช่น:
  • ประเภทของระบบท่อ (ระบบประปาอาคาร, ท่อส่งน้ำระยะไกล หรือระบบอุตสาหกรรม)
  • การคำนวณหรือเลือกใช้อุปกรณ์ (เช่น ขนาดถัง Surge Tank)

ในการออกแบบระบบท่อเพื่อป้องกันแรงดันกระชาก (Surge & Water Hammer) วิศวกรจะเน้น การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและปรับโครงสร้างระบบ เพื่อลดการเกิดคลื่นความดัน โดยไม่พึ่งพาเพียงแค่อุปกรณ์บรรเทาแรงดันเท่านั้น
การออกแบบเชิงป้องกันแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้

1.การออกแบบจลนศาสตร์และมิติของท่อ (Hydraulic & Geometric Design)

  • จำกัดความเร็วของเหลว (Velocity Limiting): ออกแบบขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่อให้ใหญ่พอเพื่อควบคุมความเร็วการไหล (Fluid Velocity) ไม่ให้เกินมาตรฐาน (เช่น ระบบน้ำประปาทั่วไปไม่ควรเกิน 1.5 – 2.5 เมตร/วินาที) ยิ่งความเร็วต่ำ แรงกระแทกเมื่อหยุดไหลก็จะยิ่งน้อยลง
  • ลดมุมและจุดหักเห (Minimize Fitting Layout): หลีกเลี่ยงการใช้ข้อต่อข้องอ 90 องศาที่กระชั้นชิดเกินไป ควรใช้ข้องอรัศมีกว้าง (Long Radius Elbow) เพื่อลดการสะท้อนกลับของคลื่นแรงดัน
  • ลาดเอียงท่ออย่างเหมาะสม (Pipeline Profile): ออกแบบแนวท่อให้มีความลาดเอียงสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงจุดสูงสุด-ต่ำสุดที่เป็นรูปคอห่าน (High/Low Points) ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดถุงอากาศ (Air Pockets) และการแยกตัวของลำน้ำ (Column Separation)

2.การเลือกใช้วัสดุท่อ (Material Selection)

  • พิจารณาค่าความยืดหยุ่น (Elasticity / Young’s Modulus)
  • วัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง (เช่น ท่อ HDPE, ท่อ PVC) จะ ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ดีกว่า ทำให้ความเร็วคลื่น (Wave Speed) ต่ำลง แรงดันส่วนเกินจึงน้อยลง
  • วัสดุที่มีความแข็งเกร่งสูง (เช่น ท่อเหล็ก Steel, ท่อเหล็กหล่อ DI) จะ เกิดแรงดันกระชากที่รุนแรงกว่าเมื่อเกิด Water Hammer จึงต้องออกแบบความหนาของผนังท่อ (Wall Thickness) ให้รองรับแรงดัน Peak สูงสุดได้

3.การออกแบบระบบควบคุมและกลไก (Control & Mechanical Design)

  • กำหนดเวลาปิดวาล์วขั้นต่ำ (Critical Valve Closing Time): ออกแบบและเลือกใช้วาล์วที่มีกลไกปิดช้า (Slow-Closing Valves) หรือใช้ Motorized Actuator ที่ตั้งค่าเวลาในการหมุนปิดให้ นานกว่าเวลาวิกฤต (Critical Time: T_c = 2L/a) เพื่อไม่ให้คลื่นความดันสะท้อนกลับมาปะทะวาล์วในขณะที่กำลังปิด
  • ระบบ Flywheel สำหรับปั๊มน้ำ: ในระบบท่อส่งขนาดใหญ่ การติดตั้งล้อตุนกำลัง (Flywheel) ที่เพลาของปั๊มน้ำ จะช่วยให้ปั๊มค่อยๆ หมุนช้าลงเมื่อไฟดับ แทนที่จะหยุดหมุนทันที ช่วยลดการเกิดสุญญากาศในท่อ
  • การจัดวางตำแหน่งปั๊มและเช็ควาล์ว (Check Valve Positioning): ติดตั้งเช็ควาล์วชนิดปิดเร็ว (Non-Slam Check Valve) ไว้ที่ต้นทางใกล้ปั๊ม เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนกลับมากระแทกใบพัดอย่างรุนแรง

เมื่อระบบท่อเกิดปัญหาแรงดันกระชาก (Surge / Water Hammer) ขึ้นแล้ว เช่น มีเสียงดังโครมคราม ท่อสั่นสะเทือน หรือมีรอยรั่วซึม การแก้ไขจะแบ่งออกเป็น การแก้ไขฉุกเฉินเฉพาะหน้า เพื่อความปลอดภัย และ การปรับปรุงระบบในระยะยาว เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

1.การแก้ไขและตรวจสอบเฉพาะหน้า (Immediate Actions)

  • ลดความเร็วในการทำงานของวาล์วทันที: หากเสียงดังเกิดตอนเปิด-ปิดวาล์ว ให้สั่งการเจ้าหน้าที่ห้ามหมุนปิดวาล์วด้วยความเร็วเด็ดขาด ให้ค่อยๆ หรี่วาล์วอย่างช้าๆ (Manual Throttling)
  • ตรวจสอบและไล่ลมในระบบ (Bleeding Air): ถุงอากาศที่ติดค้างในท่อเป็นตัวเร่งแรงดันกระชาก ให้เปิดวาล์วไล่ลม (Air Release Valve) เพื่อระบายอากาศที่สะสมอยู่ออกให้หมด
  • ตรวจสอบแรงดันลมในถัง Surge Tank: หากในระบบมีถังกันกระชาก (Bladder/Diaphragm Tank) อยู่แล้วแต่ยังเกิดเสียงดัง แสดงว่า ลมในถังอาจจะรั่วหรือหมด ให้หยุดระบบแล้วเช็กแรงดันลม (Pre-charge Pressure) และเติมลมให้ได้ตามสเปกผู้ผลิต
  • ตรวจสอบสปริงและกลไกเช็ควาล์ว: เช็ควาล์วอาจเสื่อมสภาพ ปิดช้าเกินไป (Slamming) หรือมีเศษขยะไปติดขัดทำให้ปิดไม่สนิท

2.การปรับปรุงระบบเพื่อแก้ไขถาวร (Long-term Remediation)

หากตรวจสอบแล้วพบว่าระบบเดิมออกแบบมาไม่รองรับ ให้เลือกแก้ปัญหาตามหน้างานดังนี้

กรณีเกิดจาก “ปั๊มน้ำสตาร์ท–หยุดกะทันหัน” หรือ “ไฟดับ (Power Failure)”

  • ติดตั้งหรือปรับตั้ง VFD / Soft Starter: ตั้งค่า Ramp-down Time (เวลาในการค่อยๆ ลดความเร็วรอบก่อนปั๊มดับ) ให้ยาวนานขึ้น เพื่อให้กระแสน้ำค่อยๆ ชลอตัว
  • ติดตั้ง Surge Anticipator Valve: เป็นวาล์วพิเศษที่ติดไว้ใกล้ปั๊ม มันจะรับสัญญาณไฟฟ้าหรือแรงดันต่ำทันทีที่ปั๊มดับ และ ชิงเปิดระบายน้ำออกก่อน ที่คลื่นแรงดันสูงจะสะท้อนกลับมากระแทก

กรณีเกิดจาก “การเปลี่ยนทิศทางน้ำ หรือ ท่อสั่นสะเทือนตามข้อต่อ“

  • ติดตั้ง Water Hammer Arrestor: สำหรับท่อขนาดเล็ก-ปานกลาง (เช่น ในอาคาร) ให้ติดตั้งอุปกรณ์ซับแรงกระแทกตัวเล็กๆ นี้ไว้ที่บริเวณใกล้ๆ วาล์วหรือข้อต่อที่เกิดเสียงดัง
  • เพิ่มจุดยึดท่อและอุปกรณ์ซับแรง (Pipe Supports & Anchors): ติดตั้งประกับยึดท่อ (Pipe Clamps) พร้อมยางรองซับเสียงและแรงสั่นสะเทือน (Rubber Insulators) เพื่อไม่ให้ท่อขยับจนเกิดความเสียหายเชิงโครงสร้าง
  • เปลี่ยนมาใช้ Non-Slam Check Valve: เปลี่ยนเช็ควาล์วเดิมเป็นชนิดปิดเร็วพิเศษ (เช่น Nozzle Check Valve หรือ Spring-loaded Check Valve) เพื่อตัดจังหวะไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับมาตีกระแทก

กรณีเกิดใน “ท่อส่งน้ำระยะไกลหรือท่อขนาดใหญ่“

  • เพิ่มถัง Surge Tank หรือ Air Vessel: หากระบบเดิมไม่มี ต้องคำนวณและติดตั้งเพิ่มเข้าไปเพื่อทำหน้าที่เป็น “โช้คอัพ” ดูดซับแรงดันส่วนเกินและจ่ายน้ำชดเชยตอนเกิดสุญญากาศ
Contact us