API 682 Mechanical Seals

ซีลคอเพลาตามมาตรฐาน API 682

API 682 Mechanical Seals

ซีลคอเพลาตามมาตรฐาน API 682 มีรายละเอียดและโครงสร้างสำคัญแยกตามประเภทหลักๆ ดังนี้

1.การแบ่งประเภทตามลักษณะทางกายภาพ (Seal Types)

มาตรฐาน API 682 ได้จำแนกประเภทของแมคคานิคอลซีลออกเป็น 3 รูปแบบหลัก เพื่อให้เหมาะกับอุณหภูมิและลักษณะสารเคมีที่แตกต่างกัน:

  • Type A: เป็นซีลแบบใช้สปริงหลายตัว (Multiple Springs) หมุนไปพร้อมเพลา โดยใช้ O-ring เป็นซีลตัวที่สอง (Secondary Seal) เหมาะสำหรับงานไฮโดรคาร์บอนและเคมีทั่วไป Type
  • B: เป็นซีลแบบโลหะเบลโลว์ (Metal Bellows) ชนิดหมุน และใช้ O-ring เป็นซีลตัวที่สอง เหมาะสำหรับงานที่ต้องการหลีกเลี่ยงการติดขัดของ O-ring บนเพลา
  • Type C: เป็นซีลแบบโลหะเบลโลว์ชนิดอยู่กับที่ (Stationary Metal Bellows) ใช้กราไฟต์แบบยืดหยุ่น (Flexible Graphite) เป็นซีลตัวที่สอง เหมาะกับงานที่ใช้อุณหภูมิสูงมาก (สูงสุดถึง 400°C) เช่น น้ำมันร้อน

2.รูปแบบการจัดวางระบบซีล (Seal Arrangements)

สะท้อนถึงระดับความปลอดภัยในการป้องกันการรั่วไหลออกสู่ชั้นบรรยากาศ

  • Arrangement 1 (Single Seal): ซีลเดี่ยว มีหน้าซีลชุดเดียว เหมาะกับของเหลวทั่วไปที่ไม่เป็นอันตราย
  • Arrangement 2 (Dual Unpressurized): ซีลคู่แบบไม่เพิ่มแรงดัน สารหล่อเย็น (Buffer Fluid) จะมีแรงดันต่ำกว่าสารหน้าซีล หากซีลตัวในรั่ว สารเคมีจะถูกกักและระบายไปที่ระบบปิด (เช่น Flare)
  • Arrangement 3 (Dual Pressurized): ซีลคู่แบบเพิ่มแรงดัน สารหล่อเย็น (Barrier Fluid) จะมีแรงดันสูงกว่าสารในปั๊ม ช่วยป้องกันไม่ให้สารเคมีที่เป็นพิษหรือสารไวไฟรั่วไหลออกสู่สิ่งแวดล้อมได้อย่างเด็ดขาด

API 682 ของ American Petroleum Institute (API)

กำหนดแนวทางระบบซีลเพลาสำหรับปั๊มหอยโข่งและปั๊มโรตารีในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และก๊าซธรรมชาติ เป็นมาตรฐานครอบคลุมการออกแบบ การเลือก การติดตั้ง การใช้งาน และการบำรุงรักษา mechanical seal พร้อมระบบสนับสนุน (support systems)

คุณสมบัติหลัก (Key Features)

  • การจัดเรียงซีลแบบเดี่ยวและแบบคู่ (Single & dual mechanical seal)
  • หน้าซีลแบบหมุนและอยู่กับที่ (Rotating & stationary) วัสดุ เช่น Carbon, SiC, TC, Ceramic
  • ระบบ Barrier / Buffer fluid
  • การ flush และระบายความร้อนซีล (Seal flushing & cooling)
  • การควบคุมและเฝ้าระวังการรั่ว (ความดัน อุณหภูมิ ระดับ)
  • การติดตั้งและสภาวะการใช้งานที่เหมาะสม

บทบาทของ Barrier Fluid

Barrier Fluid = Cooling + Lubrication + Positive Pressure + Containment

  • หล่อลื่นหน้าซีล
  • ระบายความร้อนที่เกิดขึ้นที่หน้าซีล
  • รักษาความดันให้สูงกว่าฝั่งกระบวนการ (process side)
  • ป้องกันของไหลกระบวนการเข้าสู่ห้องซีล
  • ป้องกันกรณีสารพิษ อันตราย ระเหยง่าย หรือกัดกร่อน
  • ช่วยให้เฝ้าตรวจติดตามผ่านความดัน ระดับ และอุณหภูมิ

ความสำคัญของ API 682

• ป้องกันการรั่วไหล
• ปกป้องคน
• ปกป้องอุปกรณ์
• รักษาสิ่งแวดล้อม
• เพิ่มความเชื่อถือได้และเวลาใช้งาน (uptime)