Sewage Pump Capacity Calculation

การคำนวณขนาดของปั๊มน้ำเสีย

หลักการคำนวณขนาดและความสามารถของปั๊มน้ำเสีย เพื่อให้สามารถระบายน้ำเสียได้เพียงพอ ลดความเสี่ยงการล้นของบ่อพัก และป้องกันการทำงานหนักเกินไปของปั๊ม

วัตถุประสงค์ของการคำนวณ

• เลือกขนาดปั๊มน้ำเสียให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้น
• ป้องกันน้ำเสียล้นบ่อพัก
• ป้องกันปั๊มทำงานหนักเกินไป
• เพิ่มความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำเสีย

ส่วนประกอบของระบบ

  • Submersible Sewage Pump (ปั๊มน้ำเสียแบบจุ่ม)
  • Power Cable (สายไฟ)
  • Lifting Chain (โซ่ยกปั๊ม)
  • Float Switch / Level Controller (ลูกลอยควบคุมระดับน้ำ)
  • Rising Main (ท่อส่งน้ำเสีย)
  • Discharge Check Valve (เช็ควาล์ว)
  • Isolation Valve (วาล์วปิด–เปิด)
  • Suction / Wet Well (บ่อพักน้ำเสีย)
  • Discharge pipe (ท่อออก)
  • Base plate (ฐานติดตั้งปั๊ม)

หลักการคำนวณ

การเลือกปั๊มน้ำเสียต้องพิจารณา

  • ปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้น
  • ความสูงในการสูบ
  • ระยะทางเดินท่อ
  • จำนวนปั๊มที่ใช้งาน
  • การมีปั๊มสำรอง

หากเลือกปั๊มเล็กเกินไป

  • น้ำเสียจะล้นบ่อ
  • ปั๊มทำงานต่อเนื่อง
  • อายุการใช้งานลดลง

หากเลือกใหญ่เกินไป

  • สิ้นเปลืองพลังงาน
  • ปั๊มเปิด–ปิดบ่อย (Short Cycling)
  • ค่าบำรุงรักษาสูงขึ้น

ข้อมูลสำคัญ ที่ใช้ในการออกแบบ

ข้อมูลสำคัญ ได้แก่

  • จำนวนผู้ใช้งาน
  • ปริมาณการใช้น้ำต่อคนต่อวัน
  • ค่าปัจจัยน้ำเสีย (Sewage Return Factor)
  • ค่า Peak Flow Factor
  • ระยะเวลาการทำงานของปั๊ม
  • ความสูงในการสูบ
  • ขนาดและความยาวของท่อ
  • จำนวนปั๊ม (Duty / Standby)

แนะนำให้ถือว่าประมาณ 80–85% ของปริมาณน้ำใช้น้ำประปา จะกลายเป็นน้ำเสีย

การคำนวณอัตราการไหล

ขั้นที่ 1 : ปริมาณน้ำเสียเฉลี่ย

    สูตร Q_{avg} =

Population* Water Consumption* Return Factor * 24 * 60

    โดย

  • Population = จำนวนผู้ใช้งาน
  • Water Consumption = การใช้น้ำต่อคนต่อวัน
  • Return Factor = สัดส่วนที่กลายเป็นน้ำเสีย (ประมาณ 0.8–0.85)

ขั้นที่ 2 : หา Peak Flow


Q_{peak}
= Q_{avg} * Peak Factor

Peak Factor ใช้เผื่อช่วงเวลาที่มีการใช้น้ำพร้อมกันจำนวนมาก

ขั้นที่ 3 : คำนวณอัตราการไหลของปั๊ม

    หากมีปั๊มหลายตัว
Q_{pump}
= Q_{peak} * จำนวนปั๊มที่ทำงาน

    เช่น ระบบ Duty + Standby จะมีเพียงปั๊มตัวเดียวทำงานในภาวะปกติ

การคำนวณ Total Dynamic Head (TDH)

    สูตร TDH = H_{static} + H_f + H_m
 

    โดย

  • Static Head = ความสูงต่างระดับ
  • Friction Loss = การสูญเสียในท่อ
  • Minor Loss = การสูญเสียจากอุปกรณ์ เช่น ข้องอ วาล์ว และเช็ควาล์ว

    ตัวอย่าง

  • Static Head = 6 m
  • Friction Loss = 2 m
  • Minor Loss = 1.8 m

    ดังนั้น TDH = 6 + 2 + 1.8 = 9.8
เผื่อความปลอดภัยประมาณ 20% เลือกใช้ TDH ≈ 12 เมตร

ตัวอย่างการคำนวณ

    กำหนดว่า

  • ประชากร = 1,000 คน
  • ใช้น้ำ = 150 ลิตร/คน/วัน
  • Return Factor = 0.85
  • Peak Factor = 2.5
  • ปั๊มทำงาน 2 ชั่วโมง/วัน
  • ใช้ระบบ 2 Duty + 1 Standby

    ผลลัพธ์ที่ได้

  • Average Flow ≈ 1.25 L/s
  • Peak Flow ≈ 3.13 L/s
  • Pump Flow ≈ 40 m³/h

การตรวจสอบขนาดบ่อพัก

 บ่อพักน้ำเสียต้องมีปริมาตรเพียงพอ เพื่อ

  • ลดการเปิด ปิดของปั๊มบ่อยเกินไป
  • ป้องกันน้ำล้น
  • ลดการสึกหรอของมอเตอร์

    โดยทั่วไป Cycle Time ควรอยู่ประมาณ 15–20 นาที เพื่อให้ปั๊มทำงานแต่ละครั้งมีระยะเวลาที่เหมาะสม

การคำนวณกำลังของปั๊ม

สูตร P  = rho gQH

โดย

  • ρ = ความหนาแน่นของน้ำ
  • g = ความเร่งโน้มถ่วง
  • Q = อัตราการไหล
  • H = TDH
  • η = ประสิทธิภาพของปั๊ม

    กำลังที่คำนวณได้ประมาณ 3.31 kW จึงเลือก มอเตอร์ขนาด 4.0 kW (5.5 HP) เพื่อให้มีค่าความปลอดภัยและรองรับการทำงานต่อเนื่อง

เกณฑ์การเลือกปั๊ม

การเลือกควรเลือกปั๊มโดยพิจารณา

  • อัตราการไหล
  • TDH
  • ประสิทธิภาพ
  • ชนิดของใบพัด (เหมาะกับน้ำเสีย)
  • ความสามารถในการผ่านของแข็ง
  • วัสดุของตัวปั๊ม
  • ความสามารถในการบำรุงรักษา
  • มีปั๊มสำรอง (Duty + Standby)

ประเภทของปั๊มน้ำเสีย

ตัวอย่างปั๊มชนิดต่าง เช่น
  1. Submersible Non-Clog Pump
  2. Submersible Grinder Pump
  3. Submersible Cutter Pump
  4. Vortex Sewage Pump
  5. Channel Impeller Pump

ปั๊มแต่ละชนิดเหมาะกับลักษณะน้ำเสียและปริมาณของแข็งแตกต่างกัน

ข้อควรพิจารณาในการติดตั้งควรจะมีระบบป้องกัน

  • ติดตั้งลูกลอยควบคุมระดับน้ำ
  • มีเช็ควาล์วป้องกันน้ำไหลย้อน
  • ติดตั้งวาล์วปิด–เปิดเพื่อสะดวกต่อการซ่อม
  • มีรางนำ (Guide Rail) และโซ่ยกปั๊มสำหรับถอดบำรุงรักษา
  • ออกแบบให้สามารถนำปั๊มขึ้นมาตรวจสอบได้ง่าย

การออกแบบ

ขั้นตอนการออกแบบ

  1. รวบรวมข้อมูลพื้นฐาน
  2. คำนวณอัตราการไหล
  3. คำนวณ TDH
  4. เลือกขนาดปั๊ม
  5. เลือกขนาดท่อ
  6. ตรวจสอบขนาดบ่อพัก
  7. ตรวจสอบกำลังมอเตอร์
  8. สรุปและเลือกอุปกรณ์

หลักการคำนวณขนาดของปั๊มจุ่ม หรือ Sewage Pump อย่างเป็นขั้นตอน เริ่มจากการประเมินปริมาณน้ำเสียจากจำนวนผู้ใช้งานและอัตราการใช้น้ำ คำนวณค่าการใหลเฉลี่ย ค่าการใหลสูงสุด ค่าการใหลที่ต้องการ จากนั้นหาค่า TDH ซึ่งรวมความสูงต่างระดับและการสูญเสียแรงดันในท่อ แล้วนำไปคำนวณกำลังของปั๊มและเลือกมอเตอร์ที่เหมาะสม พร้อมทั้งตรวจสอบขนาดบ่อพัก และเลือกชนิดของปั๊มให้สอดคล้องกับลักษณะของน้ำเสีย การออกแบบที่ถูกต้องจะช่วยให้ระบบระบายน้ำเสียทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาน้ำล้น ประหยัดพลังงาน และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระบบ.